web, trends and thinking

It just another weblog :P

the social network ธุรกิจดอทคอมที่ไม่เนิร์ดจะเจ๋งไหม?

with one comment

Bill Gates vs Steve Jobsหนังนี้ชาวบ้านชาวช่องเขาคงดูกันไปตั้งแต่เดือนธันวาคมละ ส่วนผมแถวบ้านดันมีมาเข้าช่วงนี้ (ทีตอนอยากดูดันไม่มี! แปลกพิลึก) นั่นทำให้ผมไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเดินเข้าโรงฯ แล้วด้วยความที่เคยดูหนังแบบผ่านๆอย่างเรื่อง Pirates of Silicon Valley ซึ่งเป็นเรื่องราวของของ Bill Gates หักหลังเพื่อนซี้อย่าง Steve Jobs ซึ่งก็วัยเดียวกันกับ Mark Zuckerberg ในเรื่องนี้นี่ล่ะ ช่างเหมือนภาพซ้อนกันอย่างน่าสนใจทีเีดียว และก็เหมือนกันตรงที่แล้วเรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้นรึเปล่า? ก็ไม่รู้อีกนั่นล่ะ

เกริ่นนิดหนึ่ง Silicon Valley (wiki, เว็บชุมชน) เป็นทั้งแหล่งเงินทุน และโปรแกรมเมอร์ ทั้ง Google, Youtube, Facebook ทั้งหลายแหล่เนี่ย ก็อยู่แถวนี้ เราอาจสงสัยว่าพวกนี้เนิร์ดๆเขียนโปรแกรมไปวันๆจะเอาเงินมาจากไหน ก็มาจากที่นี่ที่นักลงทุน (VC: Value Investor) จะควักทุนให้ไปทำ โดยต้องเป็นไอเดียที่เจ๋งสุดๆ แล้วยังมีโปรแกรมเมอร์ขั้นเทพ มหาเนิร์ดเต็มไปหมด เหมือนเดินเข้าฮาร์วาร์ดอะไรแบบนั้นแหล่ะ

เข้าเรื่อง the social network เป็นเรื่องราวก่อนมาเป็น facebook ในตอนนี้ ซึ่งแกนหลักของเรื่องคือ การฟ้องร้อง ของ(อดีต)เพื่อนสนิทมาร์ค และสองพี่น้องฮาร์วาร์ด  แล้วตัดฉากไปมาให้เห็นผลสรุปของเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร ถ้าติดตามข่าวก็จะรู้กันอยู่ ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องปกปิดอะไร เพียงแต่ประเด็นข้างในเรื่องราวนี้ต่างหากที่คนไม่รู้กัน ซึ่งก็มาจากหนังสือ The Accidental Billionaires ของ Ben Mezrich (เขาว่าทำเพื่อบันเทิงล้วนๆ)

สำหรับผมแล้วนี่เป็นหนังที่ ‘ต้องดู’ เหตุผลง่ายๆข้อเดียวคือ ในฐานะที่เรียนสายคอมฯมา แล้วจากความสนใจการสร้างความยิ่งใหญ่ของ facebook มันมาได้ไงกัน? เนิร์ดคอมฯ ที่เทพก็มีกันเต็มไปหมดแล้วอะไรที่ต่างจากตามาร์คแกล่ะครับ นี่ล่ะจุดดึงดูดของผม

บอกเล่า(ส่วนตัวสุดๆ)

  • อย่างที่บอกไปตอนต้นก็เพิ่งมาได้ดูวันนี้ (17/01/54)
  • แปลกดีเหมือนกันเห็นโฆษณาช่วงเดือน พ.ย. แล้วบอกฉาย 2 ธ.ค.
    ทีนี้พอปลายเดือนไปหาดูก็ไม่มีซะแล้ว วันนี้ดันเห็นก็ไม่รอช้าที่จะไปซื้อตั๋ว ซึ่งก็สมใจอยาก
  • หนังเรื่องนี้ละสายตาไปไม่ได้เลยจริงๆ ด้วยความที่มาร์คตัวจริงแกพูดรัวและเร็ว ทำให้ตัวมาร์คในหนังก็เป็นแบบนั้นแหล่ะ
    ทีแรกอ่านของใครหลายคนก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ พอเปิดเรื่องมาก็แทบจะหยุดหายใจจับจุดความสนใจที่ subtitles
  • ลืมบอกไปว่าดู sountrack
    • subtitles ค่อนข้างแย่ บางช่วงกระพริบบ่อยจนปวดตา (หรือปกติเรื่องอื่นก็เป็นงี้ เพราะนานๆทีจะเข้าดูหนังโรง)
    • subtitles บางช่วงหาย แอบมึนเหมือนกัน

Mark Zuckerberg

  • คิดเร็ว, พูดรัวและเร็ว ลงมือทำทันที
    • อยากได้บ้างสกิล คิดเร็ว, พูดรัวและเร็ว แต่ไม่ติดๆขัดๆ (ผมเป็นง่ะ)
  • เป็นเนิร์ดตัวจริง เก่งทุกด้านเลยมั้ง แต่เลือกเรียนสายคอมฯ แบบบิล เกตส์
  • สัมผัสแป้นพิมพ์ของมาร์ค พริ้วไหวเหมือนปลายพู่กันไม่มีผิด นี่คือศิลปะในการโค้ด สุโค่ย!
  • ตอนต้นเรื่องที่ เอริก้า บอกมาร์ค โดนใจผมมาก เธอพูดถูกที่สุด
  • ไม่มีใครรู้ว่าเขาหักหลังเพื่อนจริงไหม? เหมือนที่บิล เกตส์ เคยโดน
    • เขาเหมือนเด็กที่บ้าเกม จนบรรลุในการเีขียนโปรแกรม เหมือนเกมนี้มีบอสอะไรเขาก็ปราบมันหมดแล้ว!
    • สำหรับผมมาร์คแกแค่บ้าเขียนโปรแกรม และอยากขึ้นจุดสูงสุดก็แค่นั้น
    • นี่อาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะคิดแล้วทำเลย ไม่ได้ิคิดมากจนสุดท้ายก็ไม่ทำสักที (แอบแขว่ะตัวเอง ฮ่าๆ)

The Social Network

  • หนังดำเนินเรื่องค่อนข้างกระชับ ไว และระทึกใจหน่อยๆ พอเดาเรื่องได้ แต่สนุกชะมัด
  • ตั้งสมาธิให้ดีแต่เปิดเรื่อง เพราะเปิดมาก็เล่นคนดูซะหลังตึง
    • อ่ะ ลืมไปโรงที่ผมดูมีแค่สามคน งั้นเอาตัวเองเป็นหลักละกัน 1/3
  • เรื่องราวระหว่างเพื่อนสนิทสุด (เอวราโด้) มีหัวธุรกิจ กับมาร์คโปรแกรมเมอร์ ต่างก็สุดโต่งในด้านตัวเอง (แน่นอนว่าฉลาด)
  • ฌอน ปาร์คเกอร์ (ผู้ก่อตั้ง Napster ที่ดังสุดบนเน็ตในยุคเริ่มต้น www) เป็นลักษณะของทั้งนักธุรกิจ (VC) และโปรแกรมเมอร์ (อดีต)
  • ทำให้ผลสืบเนื่องของเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ ดำเนินอย่างให้ ‘คิดเอาเอง’ ว่าเป็นยังไง
  • อาจมองได้ว่าเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดก็ได้ เป็นใครโดนกับตัวก็คงคิด
  • ไม่มีอะไรไม่สำเร็จ ถ้าไม่เริ่มลงมือทำ
    • [ไม่เกี่ยวกับหนัง] ป๋าเต็ดแกเคยบอกไว้ ให้เราทำในสิ่งที่รัก เพราะอย่างน้อยถ้าล้มเหลวก็อยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรารัก (บาดซะ)
  • เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องใส่แรงแค้น (revenge), ทะเยอะทะยาน (motivation), แรงปรารถนา (passion) ใส่ลงไปแล้วมันจะสำเร็จเร็วมากๆ
  • ไม่ได้บอกว่า มาร์ค สุดท้ายก็ลาออกจากฮาร์วาร์ด (อาจบอกแต่ผมดูไม่ทัน)
  • ไม่ได้ชี้นำอะไรมากเท่าไหร่ นอกจากให้ ‘คิดเอาเอง’ เพราะนี่เป็นเรื่องจริงดังนั้นคงไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้
    • อย่าลืมว่านี่เอามาแต่งอีกทีจากหนังสือ
  • สาวๆในเรื่องน่ามองทุกคน กลับมาจึงเปิดไล่หาสาวทุกคน (ฮา)
  • นักแสดงในเรื่องเยอะมาก หลายสิบคน ทั้งมีบทและไม่มีบท
  • แล้วเรามีเพื่อนสักกี่คนในชีวิต?

เปรียบเทียบระหว่าง facebook ในหนังกับตัวจริง

Quotes (บอกฉาก+ประโยคประทับใจเฉยๆ)

  • เอริก้า บอก มาร์ค ตอนต้นเรื่อง นั่นมันจริงที่สุด
  • สองฝาแฝดเข้าหาอธิการบดี แล้วก็โดนตอกซะหงายเงิบ
  • ฌอน บอกทั้งมาร์ค, เอวราโด้ ตอนเจอกันครั้งแรก

อยากบอก

  • ไปดูกันครับ ไม่เสียดายตังเหมือนหนังนำเข้าที่เอามาแต่เปลือก
  • เป็นหนังที่กวาดรางวัลเพียบไปแล้ว ล่าสุดก็เพิ่งคว้าไป 4 รางวัลจาก golden globe awards ที่จัดโดยนักข่าวฮอลลีวู้ด
  • ก่อนหน้านี้ ผกก. David Fincher กวาดมาทุกเวที (เมื่อเช้าในทีวีคนพากย์แกบอกงี้ ถ้าจำไม่ผิด)
  • หวังให้มีภาคต่อหลังจากนี้ แต่อาจไม่มีประเด็นอะไรเอามาเล่นได้รึเปล่า (ซึ่งเก็บตกก็ยังได้)
  • IMDb ตอนนี้อยู่ที่ 8.2/10 สมควรแล้ว
  • ออก DVD คงสะสมแบบไม่คิดมาก
  • เนิร์ดทุกเผ่าพันธุ์ ถ้าคิดว่าที่ทุกวันนี้หาคู่ไม่ได้ไปดูตอนต้นของหนังเรื่องนี้ แล้วเอริก้า จะบอกคำตอบแก่คุณ..

ธุรกิจดอทคอมที่ไม่เนิร์ดจะเจ๋งไหม?

  • เจ๋งได้ แต่เท่าที่ผ่านมาเนิร์ด, อยู่ในซิลิคอน วัลเลย์กันเต็มไปหมด Google, Facebook, Yahoo, Apple Inc.
  • แม้ไม่เนิร์ดก็ต้องหัวการค้า และก็ต้องเป็นคนเริ่มทำอย่างมุมานะกันทั้งนั้น ล้วนมาจากพลังเนิร์ดนี่ล่ะ ฮ่าๆ
  • จะบอกว่าเนิร์ดก็แกดูเหยียดๆ แต่สำหรับผม เนิร์ด เป็นอะไรที่ขับเคลื่อนเร็ว
    เพราะไม่ต้องคิดเรื่องอื่นนอกจากเป้าหมายตัวเอง (ที่หนังสือ ฮาวทู เีขียนอธิบายกันแทบตายนั่นแหล่ะ)
  • พอดูหนังจบ แล้วจะรู้ว่าโปรแกรมเมอร์ หรือใครก็ตามที่ทำธุรกิจ ก็ต้องมีนักธุรกิจในกลุ่มด้วยทั้งนั้น ไม่งั้นจะควบคุมเงิน หาเงิน ทำเงินยังไง?
  • ตอนนี้ facebook ตัวมาร์คแกก็ไม่ได้เป็นคนกำหนดทิศทางธุรกิจมากนักหรอก มี CEO ที่คุมบังเหียนให้มาร์คแกทำงานของแกต่อไป ในหนังต้องบอก ‘เข้างาน’
  • เนิร์ด = ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ
  • แล้วธุรกิจไหนๆก็ต้องการเนิร์ดทั้งนั้น ถ้าผมเทียบกันแบบนี้ล่ะก็ 😛

ตามไปอ่านเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ต่อได้

Written by แมวน้ำขั้วโลก

มกราคม 17, 2011 at 11:00 pm

อุปกรณ์เทคโนโลยีเราจะสะอาดด้วยไอ้นี่!

leave a comment »

โอ้โห ที่หลายปีก่อนเคยทำความสะอาดคีย์บอร์ดแทบตาย ซื้อไอ้นี่มาก็จบแล้วสิ! (-_-“)

Written by แมวน้ำขั้วโลก

ตุลาคม 4, 2010 at 10:26 pm

เขียนใน เทคโนโลยี

Tagged with ,

เปิดใช้ Mod Rewrite หรือ .htaccess บน Apache

leave a comment »

ใครที่ใช้เครื่องตัวเองจำลอง Server อยู่นี่เป็นวิธีการไปปรับตัว Apache Server ครับ (+AppServ) ในที่นี้ผมใช้ Windows Xp เป็นตัวอย่าง

  1. ไปที่โฟลเดอร์ conf ของ Apache  แล้วเปิดไฟล์ httpd.conf ขึ้นมา
    เช่น C:/Apache/conf หรือใน Appserv ก็ C:/AppServ/Apache2.2/conf
  2. ทีนี้หา #LoadModule rewrite_module modules/mod_rewrite.so ให้เจอครับ แล้วลบตัว # ออกไป
  3. หลังจากนั้นไปตั้งค่าในโฟลเดอร์ที่แสดงผลเว็บ อย่างใน AppServ ก็คือตรง C:/AppServ/www ก็จะเป็น
    <Directory “C:/AppServ/www”>
    Options Indexes FollowSymLinks MultiViews ExecCGI
    AllowOverride All
    Order allow,deny
    Allow from all
    </Directory>
  4. หรือบางคนอาจลง Apache เองก็จะเป็น <Directory “C:/www”>  หลายคนอาจไปปรับตรง <Directory /> มันก็อาจจะไม่ทำงานให้เพราะตรงส่วน www ที่แสดงผลเว็บเราไม่ได้ถูกปรับไปด้วย ลองดูดีๆด้วยล่ะครับ
  5. Restart ตัว Apache Server ครับ

Written by แมวน้ำขั้วโลก

ตุลาคม 4, 2010 at 10:15 pm

เขียนใน Apache Server

Tagged with , ,

Fake update facebook status with iPhone 4 and Nokia 3310

with 2 comments

หลังจากว่างมากละ ขอนำมาเสนอเพื่อความฮาโดยพลันทั่วราชอาณาจักร วันนี้ขอนำเสนอวิธีการอัพเดตสถานะบน facebook แบบหลอกๆด้วย iPhone4 และ Nokia 3310 นะครับ

มาเริ่มที่ iPhone 4 ก่อนเลยละกัน

  1. ไป ที่หน้า Application ของ Facebook for iPhone4 โดยเข้าไปทาง link ด้านล่างนี้
    http://www.facebook.com /apps/application.php?id=129423150428511
  2. กด Go to Application มันจะนำพาไปให้
  3. รอสักพักจะเห็นช่องกรอกให้ใส่ข้อความ ก็ใส่ไปตามอำเภอใจ!
  4. กด Post!

แล้วก็มีอีกหน้า Application นึงที่เข้าทีเดียว (น่าจะจบ)

  1. http://aagpxm9q.facebook.joyent.us/fb/fbbb/
  2. จะเห็นช่องให้กรอกก็พิมพ์ไป
  3. กด Post!

ทีนี้มาเล่น Nokia 3310 กันดีกว่า

  1. เข้าไปที่ http://apps.facebook.com/oldnokia/
  2. กด link สีน้ำเงินๆ มันจะขึ้นหน้าต่างให้กด Allow เพื่อยืนยันการใช้งาน
  3. จะเห็นช่องให้กรอก Update Status ใส่ไป
  4. กด Updated

มีไรถามก็ถามมาได้ ตอนทำไม่ได้ capture รูปไว้ ทำเล่นๆ เห็นมันฮาดี 😛

Written by แมวน้ำขั้วโลก

ตุลาคม 3, 2010 at 2:02 am

เขียนใน Social Network

Tagged with , ,

เลือกแสดงข้อความบน dropdown

leave a comment »

ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้เราเลือกค่าใน dropdown list ได้ โดยไม่้ต้องเขียนโค้ดซ้ำๆกันเพื่อรองรับตัวอื่น

Javascript

function selectByValue(select, value) {
var i;
for(i = 0; i < select.options.length; i++) {
if (value == select.options[i].value) {
select.selectedIndex = i;
return;
}
}
select.selectedIndex = 0;
}

วิธีใช้
selectByValue(ชื่อไอดีของ dropdown list, ค่าที่ต้องการ);

ตัวอย่าง
<script>selectByValue(“choose”, “orange”);</script>
<select id=”choose”>
<option value=”fruit01″>apple</option>
<option value=”fruit02″>orange</option>
<option value=”fruit03″>mango</option>
</select>

ผลลัพธ์
ถ้าผลออกมาเป็น true คือมีค่าที่ต้องการใน dropdown list
มันก็จะเลือกค่านั้นใน dropdown list ให้เราเห็น

Written by แมวน้ำขั้วโลก

ตุลาคม 2, 2010 at 3:08 pm

เขียนใน Javascript

Tagged with ,

ตรวจสอบค่าใน array ของ PHP

leave a comment »

ใน PHP จะมีฟังก์ชั่นเพื่อเปรียบค่าที่มีกับค่าในตัว array อยู่ ซึ่งจะทำให้เรารู้ได้ว่าค่าที่เราได้มานั้นกับค่าที่มีอยู่ใน array นั้นเปรียบเทียบแล้วมีค่าเท่ากันหรือไม่

in_array(value, array)

ตัวอย่างการใช้งาน

$group=”software”;
$group_chk=array(“hardware”,”software”);
if(in_array($group, $group_chk)) {
echo “$group_chk have $group”;
}

else {
echo “$group_chk havn’t $group”;
}

Written by แมวน้ำขั้วโลก

ตุลาคม 1, 2010 at 3:52 pm

เขียนใน PHP

Tagged with ,

ฟังก์ชั่นตรวจสอบเมล

leave a comment »

เว็บในหลายๆโปรเจค มักมีการทำฟอร์มสมัครสมาชิกที่มีการให้กรอกอีเมล การตรวจสอบที่แสนเบสิคที่ทั่วโลกเขานิยมทำกันคือ ตรวจผ่าน regular expression ครับ ไว้มีโอกาสจะนำมาพูดใหม่ (ที่ผมประสบ)

PHP
ข้อดีของการเช็คบน php ก็คือ เพื่อตรวจสอบในแง่อื่นๆผ่าน server อีกที อะไรก็ว่าไปครับ เพราะอย่าลืมว่าก่อน user จะใช้ php ก็ต้องทำงานผ่าน server

<?php
function is_email($address) {
$rc1 = (ereg('^[-!#$%&\'*+\\./0-9=?A-Z^_`a-z{|}~]+'.
'@'.
'[-!#$%&\'*+\\/0-9=?A-Z^_`a-z{|}~]+\.'.
'[-!#$%&\'*+\\./0-9=?A-Z^_`a-z{|}~]+$',
$address));
$rc2 = (preg_match('/.+\.\w\w+$/',$address));
return (
$rc1 && $rc2);
}
?>

แหล่งที่มา
: http://www.php.lt

Javascript
เราจะเห็นได้ค่อนข้างเยอะมากครับ ข้อดีของ javascript ในฟังก์ชั่นนี้ก็เหมาะสำหรับกดปุ๊บติดปั๊บ เพราะทำงานบนฝั่งผู้ใช้งานเลย (client user)

function chkMail(mail){
var filter  = /^([a-zA-Z0-9_\.\-])+\@(([a-zA-Z0-9\-])+\.)+([a-zA-Z0-9]{2,4})+$/;
if (filter.test(mail)) {
return true;
}
else {
return false;
}
}

แหล่งที่มา: http://www.cmdevhub.com/books/ฟังก์ชั่นตรวจสอบอีเมล

แค่นี้ล่ะครับ ส่วนจะเลือกใช้อะไรก็เอาให้เหมาะสมกับงานครับ 😀

  1. function chkMail(mail){
  2. var filter  = /^([a-zA-Z0-9_\.\-])+\@(([a-zA-Z0-9\-])+\.)+([a-zA-Z0-9]{2,4})+$/;
  3. if (filter.test(mail)){
  4. return true;
  5. }
  6. else{
  7. return false;
  8. }
  9. }

Written by แมวน้ำขั้วโลก

กันยายน 30, 2010 at 8:00 am

เขียนใน Javascript, PHP

Tagged with , ,

ฟังก์ชั่นซ่อน-แสดงผลข้อมูลและแถวตาราง

leave a comment »

การซ่อน/แสดงพวก div, span tag ด้วย javascript ระหว่างใน IE และ Web Browser ตัวอื่น ใช้โค้ดต่างกัน(นิดนึง)เพื่อแสดงผลในด้าน CSS จึงทำให้มันแสดงผลกันออกมาคนละแบบ ตัวนี้ก็ครอบคลุมจุดนั้นแล้ว (อย่างน้อยก็ตอนที่เีขียนล่ะนะ)

  • แสดงผลบน IE =  block
  • บนบราวเซอร์อื่น = ไม่มี

function hideShowDetail(sectionID) {
var rowObj = null;
if (sectionID) {
rowObj = document.getElementById(sectionID);
}
if (rowObj) {
if (rowObj.style.display == ” || rowObj.style.display == ‘none’) {
try {
if(navigator.appName == ‘Microsoft Internet Explorer’) {
rowObj.style.display = ‘block’;
} else {
rowObj.style.display = ”;
}
} catch(e) {
rowObj.style.display = ‘block’;
}
} else {
rowObj.style.display = ‘none’;
}
}
return;
}

ทีนี้ถ้าจะนำไปประยุกต์ใช้กับพวกแถวตารางทั้งหลายแหล่ก็เช่นกันครับ ปรับแต่งนิดหน่อยพอ

  • ใช้บน IE ก็เป็น block เหมือนเดิม
  • ส่วนบราวเซอร์อื่นๆ แ้ก้ตรง
    else {
    rowObj.style.display = ”;
    }
  • ให้ในระหว่าง single quote (‘) เป็น table-row ครับ เท่านี้ก็สำเร็จละครับ
  • ถ้าเป็นทั้ง table ก็ใส่ไปว่า table น่ะครับ 😀

Written by แมวน้ำขั้วโลก

กันยายน 29, 2010 at 8:00 am

เขียนใน Javascript

Tagged with ,

นับจำนวน array ใน PHP

leave a comment »

หลักก็ง่ายๆเลยครับ ตามนี้

นับแบบ array มิติเดียว
<?php
$result=array(“0″,”1″,”2″,”3”);
//result == 4
$a[0] = 1;
$a[1] = 3;
$a[2] = 5;
$result = count($a);
// $result == 3

$b[0]  = 7;
$b[5]  = 9;
$b[10] = 11;
$result = count($b);
// $result == 3

$result = count(null);
// $result == 0

$result = count(false);
// $result == 1
?>

นับ array แบบเข้าไปเชิงลึกในอีกมิตินึงอีก
<?php

$food = array('fruits' => array('orange', 'banana', 'apple'),
'veggie' => array('carrot', 'collard', 'pea'));

// recursive count
echo count($food, COUNT_RECURSIVE); // output 8
// normal count

echo count($food); // output 2
?>

แหล่งที่มา: http://php.net/manual/en/function.count.php

Written by แมวน้ำขั้วโลก

กันยายน 28, 2010 at 8:00 am

เขียนใน PHP

Tagged with ,

php เปิด-ปิด error

leave a comment »

ปกติการรัน PHP บน Apache (หรือไม่ก็ตาม) ถ้าไม่ไปปรับแต่งอะไรมันก็จะแสดง error ให้เราเห็นเมื่อเกิดการทำงานผิดพลาด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งดีเมื่อเรากำลังเขียนโปรเจค งานอยู่ แต่ถ้าหากมันนำไปใช้งานจริง เกิด user เห็น มันอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดในโปรแกรมได้ หรือทำให้ user มึน งง ไม่เข้าใจ

วิธีเปิดปิดแสดงผล error ก็ง่ายๆครับ

  1. เปิดไฟล์ php.ini ในโฟลเดอร์ php ในที่นี้ผมลง php เองน่ะครับ
  2. ถ้าเป็น Appserv ก็คงอยู่ C:/AppServ/php/php.ini มังครับ ถ้าไม่งั้นก็ตรงกดปุ่ม Start >  All Programs > AppServ > Configuration น่าจะมีอยู่นะลองหาดูได้
  3. ทีนี้ Ctrl + f เพื่อหาบรรทัดที่เขียนว่า “display_errors =”
  4. ถ้าเปิดแสดงผล error อยู่ก็จะเขียนว่า display_errors = On ถ้าไม่ก็ display_errors = Off ครับ (โดยปกติจะ default เป็น On)
  5. เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะเปิดหรือปิดก็เซฟครับ
  6. แล้ว restart ตัว Apache (หรือ Web Server ของท่าน) ครับ เป็นอันเสร็จ 🙂

การแสดงผลสิ่งนี้ดีต่างกันอย่างไร

“On” หากต้องการเปิดการแสดงผลข้อผิดพลาดผ่านหน้าเว็บ เหมาะสำหรับการพัฒนาโปรแกรม (development)
“Off” หากไม่ต้องการแสดงผลข้อผิดพลาดผ่านหน้าเว็บ สำหรับระบบที่ใช้งานจริงแล้ว (production)
แหล่งที่มา: การแสดงผล Error ของ PHP

ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ 😀

Written by แมวน้ำขั้วโลก

กันยายน 27, 2010 at 3:02 pm

เขียนใน PHP

Tagged with ,